Project1
วิชา Arti 3410
โดย นาย ณัฐพล จุลเดชนันทชัย
รหัสนักศึกษา 5211300511
สาขาวิชาศิลปกรรม(ออกแบบประยุกต์ศิลป)ภาควิชามนุษย์ศาสตร์
คณะมนุษย์ศาสตร์เเละสังคมศาสตร์
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จารุณี เนตรบุตร
ภาคเรียนที่ 2 ปี2553
วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Project1 1-2-3-4-5
ความเป็นมางานออกแบบเครื่องประดับ (Jewelry design.)
Life style ในปัจจุบันทั่วไปในการจะเลือกซื้อ เครื่องประดับนั้น ไม่ใช่ แค่ซื้อแล้วสวมใส่เท่านั้น แต่มันบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยหรือ Style ของผู้ที่สวมใส่ด้วยและ เป็นคุณค่าทางจิตใจช่วยทำให้บุคลิกภาพ ดูดี เป็นวัตถุทางศิลปะ ที่ดูมีคุณค่าและเครื่องประดับก็มีหลากหลายประเภท ให้เลือกใส่ เช่น แหวน ต่างหู สร้อย สร้อยข้อมือฯ เป็นต้น
(Inspiration)แรงบันดาลใจงานออกแบบที่นำเสนอนี้ เป็นต่างหู และสร้อย แหวน ซึ่งเป็นการนำ ศิลปะ Style Baroque มาตัดทอนและนำเสนอในรูปแบบของงาน (Art Objects) ในเครื่องประดับทำให้ ผู้สวมใสนั้นดู ดี และมีความคลาสสิก เพิ่มบุคลิกภาพ ให้คนมองได้อารมณ์ถึงความมีคลาส
มีระดับเป้าหมายที่สำคัญในการออกแบบนี้ คือต้องการทำให้เครื่องประดับนี้สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส ถูกตามโอกาสในงานต่างๆ และมีความทันสมัย ต่อยุคสมัย
(Target Market) กลุ่มเป้าหมายในการออกแบบ เป็นวัยรุ่น ประมาณ18-25 เป็นวัยรุ่นตอนกลาง กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มนี้ จะมีความต้องการในเรื่องใหม่ๆ จะชอบสีสดใส ชอบความตื่นเต้น และชอบเรื่องท้าทาย เป็นวัยต่อต้านเพราะฉะนั้นการออกแบบนี้ จึงทำให้เครื่องประดับนี้มีสี ที่ค่อนข้างสดเพื่อกระตุ้น ให้กลุ่มเป้าหมายนั้นๆ แต่การออกแบบนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับวัยรุ่นในยุคนี้ คือต้องมี(Brand) คือต้องมียี่ห่อหรือชื่อสินค้า
Branding
สินค้านี้ มี Brand Logo มีชื่อว่า Line Art Design มีความหมาย ตรงตัว คือ การนำเส้นมาสร้างสร้างสรรค์คือ เวลา งานที่ใช้เส้นในการออกแบบ ลูกค้าจะต้องรู้เลยว่า ต้อง Brand นี้ เท่านั้น การที่จำทำให้คนจดจำได้ง่ายนั้นตามหลักมนุษย์แล้วอะไรที่มันยาว จะไม่ค่อยจดจำได้สักเท่าไร เราจึงทำสัญลักษณ์ (Symbol) ง่ายๆคือ เรา นำตัว Lคือคำย่อที่มาจาก คำว่า Line ที่แปลว่าเส้นนั้นเอง พอคนนึกถึง เส้น ก้อต้องที่Band นี้ โดยออกแบบสัญลักษณ์นี้ เป็นตัว L ที่มีการออกแบบเป็นลักษณะที่เป็นเส้น มีStyle ที่ดูหรูหรา และติดตา เรียกง่ายๆแทนค่าให้คนจดจำ
รูปตราสัญลักษณ์ Brand Logoนี้ มีชื่อว่า Line Art Design
Products
Jewelry Set For Ladies Package
ข้างในPackage
(Necklace) สร้อยคอ (earring) ต่างหู
(Product) ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Jewelry Set For Ladies ประกอบด้วย (Necklace) สร้อยคอ (earring) ต่างหู โดยออกแบบให้กับสุภาพสตรีในช่วยวัยรุ่นตอนกลาง (18-25) ซึ่งคนในช่วงวัยนี้ จะชอบความท้าทายชอบแสดงออก ชอบความแปลกใหม่เราจึงออกแบบให้มีความท้าทาย โดย (Necklace) สร้อยคอได้มีการ นำรูปไม้กางเขนที่เป็นสัญลักษณ์ชาวคริสต์ศาสนา นำมาใส่ลายเส้นและมีสีสันที่สดเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น (earring) ต่างหู ได้มีการออกแบบโดย เป็นการนำลวดลาย Style Baroque มาตัดทอนลงในเครื่องประดับ ซึ่งจะออกแบบให้เข้ากับสร้อยคอโดยใช้สีม่วงที่สด เพื่อให้ความตื่นเต้น และเด่น สามารถใส่ไปเที่ยวในโอกาสต่างๆตามความเหมาะสม ส่วน package นั้นเราออกแบบให้มีความหรูหราโดยใช้สีทอง แล้วข้างในประดับด้วยผ้าที่มีความเงาวาวสีขาว เพื่อเพิ่มความหรูหรา
Products
Jewelry For men Package
ข้างใน Package
แหวน(Ring)
สำหรับวัยรุ่นช่วงกลาง 18-25ปี โดยผู้ชายวัยนี้ จะชอบความเรียบง่าย แต่ก็ชอบความตื่นเต้น โดยเราออกแบบเรียบง่าย ใช้สีที่ไม่ฉูดฉาดนัก โดยใช่ความเงาวาวของเครื่องเงิน และมีการตกแต่งด้วยสีดำมีลายไฟเป็นเส้นกราฟฟิกเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น ส่วน Package นั้นออกแบบเป็นสีโทนขาว-ดำ
Design of Concept
ขั้นตอนการออกแบบที่ออกมามี2ชิ้นชิ้นแรกได้แก่
1. Jewelry Set For Ladies Package
เป็นการออกแบบเครื่องประดับสำหรับสุภาพสตรีทำมาเป็น Set มี2ชิ้นด้วยกัน ได้แก่ ต่างหู และ สร้อยคอ ลำดับแรกเราหาข้อมูลลูกค้าในช่วงอายุ 18-25 ปีว่าเขาบริโภคสินค้ายังไง แล้วมาทำการออกแบบโดยวัยรุ่นช่วงอายุ18-25 มีความต้องการและชอบการแต่งตัว ชอบสีสัน เพื่อสร้างความพึงพอใจ จึงออกแบบเครื่องประดับนี้ ให้เหมาะสมกับวัย และสามารถใส่ได้ทุกโอกาศตามกาละเทศะ และมีการออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์(Package)และ(Brand) เพื่อเพิ่มความสนใจให้กับสินค้าและเพื่อให้จดจำสินค้านั้นอีกด้วย
2. Jewelry For men Package
เป็นการออกแบเครื่องประดับสำหรับสุภาพบุรุษ ได้แก่ แหวน โดยเครื่องประดับนี้เราทำโดยเน้นจุดขายผู้บริโภคผู้ชายวัยรุ่นอายุประมาณ18-25ปีโดยวัยนี้ จะชอบความท้าทายแต่ต้องมีเป็นความเอกลัษณ์เราเลยเน้นการออกแบบให้ดูเรียบง่ายแต่มีความตื่นเต้นและไม่ใช้สีสันมากมายนักเพราะส่วนใหญ่ผู้ชายจะไม่ค่อยใส่สีที่ฉูดฉาดนัก และสามารถใส่ได้ทุกโอกาศ และอาจมีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย และมีการออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์(Package)และ(Brand) เพื่อเพิ่มความสนใจให้กับสินค้าและเพื่อให้จดจำสินค้านั้นอีกด้วย
Idea Sketch
กำไร Style Baroque เน้นออกแบบโดยใช้ความหรุหราของสีทองทำเป็นเส้นๆมีลูกปัดร้อย2เส้นโดยมีเส้นสีทองเป็นตัวเชื่อมสามารถใส่ได้ทุก Size เพราะสามารถยืดได้
สร้อยคอ เน้นออกแบบให้มีสีสดมีความสะดุดตาและคุ้นตาเพราะเป็นสัญลักษณ์ของชาวคริสต์ และมีคุณค่าทางจิตใจ
ต่างหู เน้นออกแบบให้มีสีสด โดยมีลวดลาย Style Baroque รอบนอก มีหินสีม่วงอยู่ตรงกลางทำให้ดูสะดุดตา และดูมี Style
แหวนสำหรับสุภาพบุรุษ เน้นออกแบบเรียบง่าย เป็นเครื่องเงิน โดยใช้สีดำและมีลายไฟ เพื่อทำให้เครื่องประดับดูมีความสวยงาม
Brand name นี้มีชื่อว่า Line Art Design ออกแบบโดยใช้ งาน Baroque มาออกแบบ เพื่อทำให้Brand นี้ดูหรูหรามากขึ้นโดยออกแบบมาดังภาพข้างต้น
Concept Sketch
ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Jewelry Set For Ladies ประกอบด้วย (Necklace) สร้อยคอ (earring) ต่างหู
(Necklace) สร้อยคอได้มีการ นำรูปไม้กางเขนที่เป็นสัญลักษณ์ชาวคริสต์ศาสนา นำมาใส่ลายเส้นและมีสีสันที่สดเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น (earring) ต่างหู ได้มีการออกแบบโดย เป็นการนำลวดลาย Style Baroque มาตัดทอนลงในเครื่องประดับ ซึ่งจะออกแบบให้เข้ากับสร้อยคอโดยใช้สีม่วงที่สด เพื่อให้ความตื่นเต้น และเด่น สามารถใส่ไปเที่ยวในโอกาสต่างๆตามความเหมาะสม ส่วน package นั้นเราออกแบบให้มีความหรูหราโดยใช้สีทอง แล้วข้างในประดับด้วยผ้าที่มีความเงาวาวสีขาว เพื่อเพิ่มความหรูหรา ทั้งหมดเป็นชุด โดยออกแบบให้มีลวดลายให้ดูมีสนุกเละสดใสให้เครื่องประดับกลมกลืนและเข้าชุดโดยใช้สีม่วงเพื่อให้เข้าชุด และออกแบบบรรจุภัณฑ์( package) เพื่อให้ความสำคัญและความเด่นแกเครื่องประดับอีกด้วย
ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Jewelry For men เป็นเครื่องประดับที่สวมใส่นิ้ว (แหวน)ได้มีการออกแบบให้มีความเรียบง่าย แต่ก็ชอบความตื่นเต้น โดยเราออกแบบเรียบง่าย ใช้สีที่ไม่ฉูดฉาดนัก โดยใช่ความเงาวาวของเครื่องเงิน และมีการตกแต่งด้วยสีดำมีลายไฟเป็นเส้นกราฟฟิกเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น ส่วน Package นั้นออกแบบเป็นสีโทนขาว-ดำ เพื่อให้กลมกลืน และให้ความสำคัญกับเครื่องประดับเพิ่มจุดเด่นให้กับเครื่องประดับอีกด้วย
Branding
ความเป็นมาของฺBrand "Adidas"
เมื่อพุดถึงอุปกรณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่และถือเป็นแบรนด์ระดับโลก หลายคนย่อมนึกถึง "อาดิดาส" กับแถบ 3 ขีดอันเป็นเอกลักษณ์ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาของโลกสัญชาติเยอรมันและขาใหญ่แห่งอุตสาหกรรมผลิตสินค้ากีฬา ซึ่งได้รับความนิยมและมีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬาตั้งอยู่ทั่วโลกนั้นมีจุดกำเนิดมาจากชายผู้ทำรองเท้าคู่แรกในชีวิตในครัวที่บ้านของตัวเองชายคนนั้นมีนามว่า อดอล์ฟ "อาดี" ดาสเลอร์
อาดี ดาสเลอร์ เริ่มต้นทำรองเท้าด้วยฝีมือตัวเองทั้งหมดเป็นคู่แรกในชีวิตเมื่อปี 1920 ขณะอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น ด้วยเป้าหมายที่เจ้าตัวตั้งเอาไว้ว่าจะทำให้นักกีฬาทุกคนได้สวมใส่รองเท้าที่ดีที่สุดลงสนามแข่งขัน ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ติดตัวเขามาตลอดจนกระทั่งเจ้าตัวเสียชีวิตในปี 1978 เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬากว่า 700 รายการ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดยักษ์ใหญ่ของ อาดิดาส ที่มีอยู่ทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของ ดาสเลอร์ ได้เป็นอย่างดีรองเท้าคู่แรกของ ดาสเลอร์ ทำจากวัสดุที่มีอยู่อย่างขัดสนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากนั้นเขาริเริ่มที่จะทำธุรกิจผลิตรองเท้าเป็นจริงเป็นจัง โดยได้รับการสนับสนุนจาก คริสโตฟ บิดาบังเกิดเกล้าซึ่งทำงานในโรงงานทำรองเท้า รวมถึง เซห์ลีน น้องชายของเขาที่เป็นคนคิดค้นแถบ 3 ขีดอันเป็นสัญลักษณ์ของ อาดิดาส ก่อนที่ รูดอล์ฟ พี่ชาย จะเข้ามาร่วมหุ้นในเวลาต่อมา โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่เขานำมาใช้ทำรองเท้าเป็นผ้าใบ และด้วยความที่ตัวเขาเองก็เป็นนักกีฬาอยู่แล้ว ส่งผลให้ ดาสเลอร์ มักจจะเข้าใจถึงความต้องการของนักกีฬาได้เป็นอย่างดี และหลังจากนั้นเขาก็มักจะไปปรากฏตัวอยู่ในการแข่งขันกีฬารายการสำคัญๆ อยู่เป็นประจำรองเท้าส่วนใหญ่ของ อาดี ดาสเลอร์ เน้นไปที่รองเท้าสำหรับนักกรีฑาทั้งประเภทลู่และลานเป็นหลัก โดยครั้งแรกที่รองเท้ารุ่นพิเศษจากโรงงานของเขาถูกสวมใส่โดยนักกีฬาในทัวร์นาเมนต์สำคัญคือในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 1928 ที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ โดยช่วงดังกล่าวเป็นยุคแรกๆที่ ดาสเลอร์ ทดลองผลิตรองเท้าที่มีปุ่มเพื่อช่วยในการยึดเกาะพื้นสนาม พอถึงยุคทศวรรษที่ 1930 ดาสเลอร์ ผลิตรองเท้ากีฬาออกมากว่า 30 แบบสำหรับ 11 ชนิดกีฬา ช่วงนั้นเขามีคนงานอยู่เกือบๆ 100 คน อาดิดาส ก็กลายเป็นอุตสาหกรรมผลิตรองเท้ากีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากเริ่มก่อตั้งมาได้ไม่ถึง 2 ทศวรรษเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก เจสซี โอเว่น นักกรีฑาชาวอเมริกัน คว้า 4 เหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 1936 ที่กรุงเบอร์ลิน โดยสวมใส่รองเท้าของเขา ขณะที่ อาร์มิน ฮารี่ นักกรีฑาคนแรกของโลกที่วิ่ง 100 เมตรด้วยเวลาต่ำกว่า 10 วินาที ก็สวมใส่รองเท้าของอาดิดาสเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ดาสเลอร์ ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่หลังถูกพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่นงานจนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ในปี 1947 พร้อมด้วยคนงาน 47 คน เขาเริ่มทดลองนำเอาความรู้ที่เขามีในช่วงก่อนสงครามโลกมาผลิตรองเท้าด้วยไอเดียใหม่ ๆ รองเท้าคู่แรกที่ ดาสเลอร์ ทำขึ้นหลังสิ้นสุดสงครามโลกนั้น ทำจากผ้าใบและยางที่เป็นส่วนหนึ่งของถังน้ำมันเชื้อเพลิงของพวกอเมริกัน
อย่างไรก็ตาม ดาสเลอร์ ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่หลังถูกพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่นงานจนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ในปี 1947 พร้อมด้วยคนงาน 47 คน เขาเริ่มทดลองนำเอาความรู้ที่เขามีในช่วงก่อนสงครามโลกมาผลิตรองเท้าด้วยไอเดียใหม่ ๆ รองเท้าคู่แรกที่ ดาสเลอร์ ทำขึ้นหลังสิ้นสุดสงครามโลกนั้น ทำจากผ้าใบและยางที่เป็นส่วนหนึ่งของถังน้ำมันเชื้อเพลิงของพวกอเมริกัน
อาดี ดาสเลอร์ ในชุดของเดเอฟเบ (สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน)
ช่างทำรองเท้าผู้สร้างตำนานไปทั่วโลกด้วยแนวความคิดของตัวเอง
ในปี 1948 หลังจาก รูดอล์ฟ มีปัญหาขัดแย้งกับน้องชายของตัวเอง และแยกตัวออกไปตั้งบริษัทของตัวเองนามว่า "พูม่า" อาดี ก็ตัดสินใจตั้งชื่อบริษัทของเขาว่า "อาดิดาส" ซึ่งเกิดจากการนำเอาชื่อเล่นมารวมกับนามสกุลของเขานั่นเอง 1 ปีหลังจากนั้น เขาก็ทำการจดลิขสิทธิตราสัญลักษณ์ 3 ขีด ซึ่งอยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้น เขาเริ่มผลิตรองเท้าฟุตบอลเป็นครั้งแรกในปี 1949 โดยรองเท้าของเขามีปุ่มที่ทำจากยางในฟุตบอลโลก 1954 ที่ฟาดแข้งกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชื่อเสียงของ อาดี ดาสเลอร์ ก็เริ่มกลายเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อนักเตะทีมชาติเยอรมันตะวันตก ซึ่งนำทัพโดย ฟริตซ์ วอลเตอร์ และ เฮลมุท ราห์น พลิกล็อกเอาชนะ ฮังการี มหาอำนาจลูกหนังในยุคนั้นได้สำเร็จในรอบชิงชนะเลิศ โดยที่ขุนพล "อินทรีเหล็ก" ใส่รองเท้าที่มีปุ่มแบบพิเศษที่ผลิตโดย อาดิดาส ซึ่งจะช่วยในการยึดเกาะได้ดีในสภาพพื้นสนามที่เปียกชื้นหลังฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงก่อนเกมการแข่งขันในขณะที่บริษัทของเขาเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้น อาดี ดาสเลอร์ ก็พยายามที่จะสร้างความพิเศษให้กับสินค้าของเขา ดาสเลอร์เป็นเจ้าของกิจการคนแรกที่ใช้กีฬาในการโปรโมตนวัตกรรมใหม่ๆของเขาต่อสาธารณชน เขาเริ่มใช้นักกีฬาที่มีชื่อเสียงมาช่วยในการโฆษณาสินค้าของตัวเอง เจสซี่ โอเว่น, มูฮัมหมัด อาลี, แม็กซ์ ชเมลิ่ง, เซ็ปป์ แฮร์เบอร์เกอร์ ไปจนถึง ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ ล้วนมีความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมกับตระกูล ดาสเลอร์ ด้วยกันทั้งสิ้นทุกวันนี้อาดิดาสก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติเยอรมันเหมือนเมื่อ 56 ปีก่อนการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนักหน่วง กลายเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการดำเนินกิจการของ อาดิดาส นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดาสเลอร์ มักจะมีอุปกรณ์กีฬารุ่นใหม่ๆออกมาเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของรองเท้าที่พวกเขามักจะก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ อาดิดาส ผลิตรองเท้าสำหรับกีฬาเกือบทุกประเภท และจากนั้นเป็นตันมา อาดี และ ฮอร์สต์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา ก็ช่วยกันสร้าง อาดิดาส ให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่กีฬารายการใหญ่ๆต้องใช้อุปกรณ์กีฬาของพวกเขา และมันก็ยังคงเป็นแบบนั้นมาจนถึงทุกวันนี้นอกจากรองเท้ากีฬาที่เป็นสินค้าหลักแล้ว อาดิดาส ยังเริ่มผลิตเสื้อผ้าและชุดแข่งขันในช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 1960 ส่วนลูกบอลนั้น พวกเขาเริ่มผลืตในปี 1963 หลังจากนั้น ลูกฟุตบอล อาดิดาส ก็ถูกเลือกให้เป็นลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการที่ใช้ในการแข่งขันศึกลูกหนังรายการใหญ่ๆมาตลอดนับตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 1970 เป็นต้นมาอาดี ดาสเลอร์ เสียชีวิตในปี 1978 ด้วยวัย 78 ปี อย่างไรก็ตาม มรดกไอเดียความคิด และการพัฒนาอุปกรณ์กีฬาต่างๆนาๆที่เขาทิ้งเอาไว้ ยังคงเป็นตัวช่วยให้บรรดานักกีฬาสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปเรื่อยๆ มาจนถึงทุกวันนี้
Branding
Branding นี้มีชื่อ Adidas เมื่อพุดถึงอุปกรณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่และถือเป็นแบรนด์ระดับโลก หลายคนย่อมนึกถึง "อาดิดาส" กับแถบ 3 ขีดอันเป็นเอกลักษณ์ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาของโลกสัญชาติเยอรมันและขาใหญ่แห่งอุตสาหกรรมผลิตสินค้ากีฬา ซึ่งได้รับความนิยมและมีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬาตั้งอยู่ทั่วโลก
รูปตราสัญลักษณ์ Brand Logo นี้มีชื่อว่า Adidas ซึ่งมีหลายแบบด้วยกันตามเวลา
Product
Product นี้เป็นรองเท้าสำหรับวิ่ง มีชื่อรุ่นว่าAdidas JS Wing
หรือเรียกว่าสั้นว่า Adidas js wing ออกแบบมาเพื่อสำหรับวิ่ง เป็นสีขาวทั้งตัว ทำให้รู้สึกสะอาดดูแล้วรู้สึกว่าเมื่อสวมใสแล้วสบาย โดย มีลูกเล่น ทำเป็นปีก ทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่ารู้สึกใส่แล้ว เบา เหมือนติดปีก รองเท้า นี้เป็นรองเท้าหุ้มข้อเพื่อกันข้อเท้าพลิกอีกด้วย
Product นี้เป็นรองเท้าสำหรับเดิน มีชื่อรุ่นว่าAdidas superstar
ผลิตภัณฑ์นี้ ออกมาสำหรับเดินแล้วสามมารถทำกิจกรรมต่างๆ เป็นรองเท้าที่มี สีขาวและดำ ทำให้รู้สึกถึงความ คลาสสิกและสามารถเข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกสี ตรงปลายรองเท้าจะเป็นหนังแข็งเพื่อป้องกันปลายเท้าและนำเส้นมาช่วยตกแต่งให้ดูมีรูปลักษณ์แสดงความปราดเปรียว และมีแถบ 3ขีด เพื่อบอกว่า นี้เป็นรองเท้าของ Adidas และไม่เหมือนใคร
Design of Concept
ขั้นตอนที่จะออกแบบมี2ชิ้นด้วยกัน
เป็นการออกแบบรองเท้ารุ่น "Adidas js wing"และรุ่น" Adidas superstar"ลำดับแรกเลยเราหาข้อมูลผู้ปริโภคในช่วงอายุ 18-25 ปี ว่าเขาบริโภคสินค้ายังไง แล้วมาทำการออกแบบโดยวัยรุ่นช่วงอายุ18-25 มีความต้องการและชอบการแต่งตัว ชอบสีสัน เพื่อสร้างความพึงพอใจ จึงออกแบบรองเท้ารุ่น" Adidas js wing "และรุ่น "Adidas superstar" นี้ ให้เหมาะสมกับวัย และสามารถใส่ได้ทุกโอกาศตามกาละเทศะ
Idea sketch
รุ่น Adidas js wing
=
เป็นการออกแบบรองเท้ารุ่น "Adidas js wing" ให้มี สีสันหลายแบบ ให้แสดงถึงความอิสระ ให้หลุดจากกรอบเดิมๆ โดยของเดิมนั้นเป็นสีขาวล้วน
รุ่น "Adidas superstar"
+
เป็นการออกแบบรองเท้ารุ่น"Adidas superstar" ให้มีความแตกต่างจากของเดิมแล้วพัฒนามากขึ้นโดยของเดิมจะมีสีขาว-ดำ ซึ่งเป็นสีคลาสสิค โดยการออกแบบใหม่นี่ได้เพิ่มสีสันขึ้นนิดหน่อย เป็นเส้นขอบเพื่อเพิ่มความเด่นชัดให้รองเท้าเพิ่มขึ้น และมีลูกเล่นเพิ่มโดย ถ้าใส่รองเท้านี่เข้าไปในที่มือหรือตอนกลางคืน มันจะทำให้รองเท้านี้มีความสะดุดตาเพิ่มขึ้น โดยมันจะสะท้อนแสงจะเห็นเป็นสีขาวและสีขอบจะเป็นสีสะท้อนแสงขึ้นมา เพิ่มความสะดุดตาให้แก่ผู้พบเห็น
รุ่น Adidas js wing
รองเท้านี้ได้ถูกออกแบบไว้สำหรับวิ่งหรือเล่นกีฬาเป็นหนังสีขาวทำไมต้องเป็นสีขาวเพราะมันทำให้มองแล้วรู้สึกสะอาดและนุ่มสบาย โดยของเดิมเป็นสีขาวล้วน แต่เรามาเพิ่มความอิสระให้รองเท้านี้มากขึ้นให้หลุดจากของเดิม โดยเพิ่มสีสันให้รองเท้า ตรงปีก ทำไมต้องตรงปีก เพราะปีกของเดิมเป็นสีขาว ทำให้ใส่แล้วรู้สึกเบาเหมือนติดปีกนก แต่เราได้เพิ่มสีสัน โดยใช้ลายเส้นอิสระมาทับๆกันให้เกิดโทนสีที่แตกต่างจากของเดิมที่ทำให้รู้สึกเบาแต่มีสีสันนี้เข้ามาทำให้เกิดความอิสระขึ้นอีกด้วย เพื่อหลุดจากกรอบเดิมๆของรองเท้าทั่วไป
รองเท้านี้ได้ออกแบบไว้สำหรับเดิน ของเดิมๆเป็นสีขาว-ดำ แต่เราได้เพิ่มสีสันให้มีความสะดุดตามากขึ้นและสามารถไส่ไปเที่ยวได้ และได้เพิ่มลูกเล่นที่ไม่ธรรมดาเข้าไปคือตกเวลาตอนกลางคืนรองเท้าคู่นี้จะสะท้อนแสงทำให้สะดุดขึ้นไปอีก เหมาะกับคนที่เป็นตัวของตัวเองและมีรูปแบบ Life Style ของตัวเอง
โดยเราเน้นการออกแบบที่เรียบง่ายเพื่อไม่ให้หลุดฟรอม์จากของเดิม
Positioning (ที่ตั้ง)
Adidas เป็น Brand ระดับโลก บรัษัท ที่ก่อตั้ง Brand Adidas นี่ขึ้นมา อยู่ที่ประเทศเยอรมันนี และมี แถบ3ขีดเป็นเอกลักษณ์และได้เปลี่ยนสัญลักษณ์นี้ตามยุคสมัยแต่ยังคงเป็นแถบ3ขีดนี้เอาไว้เหมือนเดิม
Area (สถานที่)
Adidas เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬา ชั้นนำของโลก ซึ่งได้รับความนิยมและมีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬาตั้งอยู่ทั่วโลก Brand Adidas นี่ จุดที่ ตั้งขาย ส่วนมาก จะมีอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือแผนก อุปกรณ์กีฬา
Target Market (กลุ่มเป้าหมาย)
Adidas เป็น Brand ที่ผลิตอุปกรณ์กีฬาทุกชนิด จึงออกแบบเพื่อประเภทกีฬา โดยเฉพาะ แต่ก้อเน้นการออกแบบให้มีสีสันและรูปทรงที่ทันสมัยอีกด้วย กลุ่มเป้าหมาย ก็คือออกแบบเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้สินค้านี้ในการเล่นกีฬาให้ดีที่สุด สามารถใส่ได้ทุกวัย ทุกประเภท เพราะมีไว้หลายแบบหลายรุ่นเพื่อรองรับประเภทกีฬา นั้นๆ
Perception (การรับรู้ หรือความเข้าใจ)
Brand Adidas นี้มีอัตลักษณ์( Identity) ที่เป็นแถบ3 ขีด เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยแต่ยังคงแถบ3ขีดเอาไว้ จึงทำให้ผู้บริโภครับรู้ได้เลยว่า นี่ คือ Adidas ผู้ที่ออกแบบBrand ที่ดังทั่วโลกนี้คือ อดอล์ฟ อาดี เซห์ลีน ซึ่งเป็นน้องชายของ อดอล์ฟ อาดี ดาสเลอร์ เจ้าของ Brand Adidas การรับรู้พอเห็น แถบ3 ขีด จะต้องนึกถึงอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ Adidas การที่เป็นรู้จักของผู้บริโภคนั้น เพราะ Adidas นั้นอยู่มานานตั้งแตสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และได้ทำอุปกรณ์กีฬาเรื่อยมา ออกแบบรุ่นใหม่ๆมาเรื่อยซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคจะไม่เบื่อเลยเพราะมีมาใหม่เรื่อยๆตามจังหวะ และได้มีโฆษณาต่างๆ อย่างเช่น นำนักกีฬาชั้นนำต่างๆมาเป็นพรีเซนเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก เจสซีโอเว่น นักกีฬาชาวอเมริกา คว้า4เหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์1936 ที่กรุงเบอร์ลิน ก็ได้สวมใส่รองเท้าที่Adidas ออกแบบให้ ลูกฟุตบอลโลกที่ใช้แข่งขันก็เป็น ลูกฟุตบอลของ Adidas ซึ่งไม่แปลกใจเลยทำไมจึงทำให้ผู้บริโภค นิยมและไว้ใจกับสินค้านี้
Window Display
การออกแบบตกแต่งร้านของ "Adidas"นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือจะไม่เน้นสีที่ฉูดฉาด โดยเน้นสี ที่อยู่ในโทนกลาง เพื่อจะทำให้ตัวผลิตภัณฑ์ที่ตั้งโชว์นั่นโดดเด่นขึ้น โดยได้สอดแทรกเนื่อหาเข้าไปด้วย โดยการใช้นักกีฬาที่เป็นที่รู้จักของโลกมาเป็น ฉากด้านหลังเพื่อแสดงรองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่นักกีฬาคนนั้นก็ใส่ บางทีก็ได้สอดแทรกเรื่องของสังคมเข้ามาอีกด้วย เพื่อให้คนพบเห็นได้รับรู้ว่าตัวผลิตภันฑ์นี้สื่อถึงอะไรและใช้งานยังไงเพื่อให้ผู้พบเห็นเข้าใจได้ง่าย
ภาพตัวอย่างของการตกแต่งร้าน"Adidas"
ใช้นักกีฬามาเป็นฉากหลัง
ใช้การสอดแทรกเรื่องสังคม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)































