วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554


กระบวนการออกแบบทางความคิด

         ผมออกแบบของเล่นเด็กนี้ด้วยความคิดที่ต้องการพัฒนาเด็ก ในเวลานี้ การพัฒนาเด็กควรเริ่มตั้งเเต่ในครรถ์ เพื่อพัฒนาให้เด็กมีความคิดและปรับตัวให้ทันกับสังคม เพื่อความเจริญเติบโตไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ งานออกแบบเเบบของเล่นเด็กชิ้นนี้ได้มาจากความคิดที่ตอนสมัยเด็กจะมีเกมที่เป็นเกมกระดาษ คล้ายกับเกมเศรษฐี วิธีเล่น คือทอยลูกเตาเเล้วเดินตามช่อง ให้เท่ากับเเต้มที่ทอยได้
โดยผมได้มีการพัฒนาให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยการเอาเรื่องราวของสังคม มาใส่ในเกม ทำให้เด็กรู้เรื่องต่างๆของสังคมว่าสังคมมันมีกฎยังไง โดยจะออกเเบบจากเกมกระดาษ ให้ เป็นในรูปแบบที่มีมิติเห็นได้รอบด้าน ให้เด็กเกิดความสนใจเเละมีสมาธิ ในการเล่น เเละสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ พัฒนาให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์  ของเกมที่ไม่ยากเกินไปโดยใส่ความรู้เข้าไปทำให้เด็กเกิดคาวมสนุกสนานเเละเรียนรู้ไปในตัว

ตัวเกมจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ที่ทำให้เด็กรู้จักการใช้ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัญญาณไฟจราจรโดยทำมาเป็นเกมให้เด็กสนุกไปกับการเล่นเกมเเละรู้จักสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อให้เด็กรู้ว่าไฟเเดงควรหยุดอะไรประมาณนี้ โดยสัญลักษณ์นี้มีหลายรูปแบบด้วยกันดังนี้




วัสดุที่นำมาใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ นี้ เป็นไม้ เหตุที่เลือกไม้มาทำของเล่น มีดังนี้

   ของเล่นแต่ละชิ้นมีคุณค่าและให้ประโยชน์แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของของเล่นชิ้นนั้น ที่นอกจากประโยชน์พื้นฐานที่เด็กได้รับแล้ว ของเล่นไม่ให้ประโยชน์ในมุมมองเรื่องอื่นมากกว่าที่เป็น

สัมผัสนุ่มนวลชวนอ่อนโยน

การเล่นของเล่นไม้หรือของเล่นที่ มาจากธรรมชาติ สร้างอิทธิพลในเชิงบวกให้กับเด็ก ในแง่
การเข้าถึงอารมณ์และจิตใจ เพราะ ด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนมีผลทำให้เด็กรู้สึกสงบ นิ่ง
แล้วภาวะนี้จะช่วยให้เด็กเกิดสมาธิได้ และทำให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่าย

หลากสัมผัสกระตุ้นพัฒนาการ 

รู้ไหมว่า การเปลี่ยนหรือเปิดโอกาสให้ลูกได้ สัมผัสพื้นผิวที่หลากหลาย โดยเฉพาะพื้นผิวที่
มาจาก ธรรมชาติ ทั้งขรุขระ เป็นตะปุ่มตะป่ำ นุ่ม เนียนเรียบ ละเอียด จากของเล่นไม้ รวมถึง
ของเล่น จากธรรมชาติ การสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้บ่อยครั้งส่งผลให้เด็กรู้สึกอ่อนโยน รู้จักพื้นผิว
และเปรียบเทียบความแตกต่างแข็งหยาบได้ รู้จักความแตกต่างของผิวสัมผัสที่มีอยู่บนโลกใบ
นี้แล้ว และยังเกิดประโยชน์ต่อเด็กในเรื่องการตื่นตัวและสามารถแยกแยะความต่างของแต่ละ
สิ่งที่สัมผัส ซึ่งจะช่วยเพิ่มทักษะเรื่องความปลอดภัยและระวังตัวให้ลูกได้

หลุดกรอบ ไม่ยึดติด 

จริงอยู่ของเล่นทุกชิ้นมีส่วนช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย แต่ประโยชน์ของการที่ลูกเล่นของ
เล่นพื้นฐานและธรรมดานี้เองจะช่วยให้ลูกเหลือพื้นที่ให้กับความคิดและจินตนาการ ไม่ถูกของ
เล่นกลบจินตนาการที่มีอยู่ไปทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลดีเมื่อลูกโตขึ้น ความคิดสร้างสรรค์และ
จินตนาการที่ถูกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เขาเป็นคนไม่ยึดติด ไม่ติดกรอบ เมื่อเกิดปัญหา
ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างหลากหลาย

น้ำหนักไม้ช่วยหลากการเรียนรู้ 
จะว่าไปแล้วการเล่นช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อน้อยใหญ่ให้ลูกได้ค่ะ ที่ดีที่สุดเห็นจะดีต่อกล้ามเนื้อ
มัดเล็ก เช่น นิ้วมือ เพราะของเล่นไม้ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักพอประมาณไม่เบาหวิว ดังนั้นการ
สัมผัสยกของเล่นไม้มีน้ำหนักซึ่งก็เท่ากับว่าลูกได้ออกแรงบ้าง เป็นการฝึกลูกให้รู้จักการสังเกต
และสัมผัสได้ถึงปริมาตร น้ำหนักที่แตกต่างกันซึ่งจะช่วยลูกเรียนรู้เรื่องน้ำหนักว่าสิ่งของมีทั้งหนักและเบา

ของเล่นไม้ปลอดภัย  

ไม่เฉพาะแต่ของเล่นไม้จะทำหน้าที่เป็นเพื่อนเล่นและกระตุ้นพัฒนาการแล้วเท่านั้น
ยังดีและปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย

เนื้อไม้ปลอดภัย 

ของเล่นไม้ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ยางพาราซึ่งหากเริ่มต้นให้ปลอดภัย ตั้งแต่กระบวนการปลูก ไม่ใช้
ปุ๋ยหรือสารเคมีใดๆ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้ แล้วปล่อยให้เติบโตเองตามธรรมชาติ
ประกอบกับวิธีรักษาเนื้อไม้ด้วยวิถีธรรมชาติ ไม่มีอัดน้ำยากันมอดและแมลงก็ยิ่งปลอดภัยกับ
สุขภาพลูก เรียกว่าหากเผลอหยิบเข้าปาก ก็ยังวางใจได้บ้าง









สีปราศจากปรอท 
สีที่ใช้ในของเล่นไม้ควรปราศจากปรอท ตะกั่ว โลหะหนัก เพราะส่วนประกอบของสีเหล่านี้ส่ง
ผลอันตรายต่อเด็กซึ่งตามกฎหมายแล้วสามารถมีสารดังกล่าวไม่เกินค่ามาตรฐาน 90 มิลลิกรัม
ต่อกิโลกรัมเท่านั้น หากมากกว่านี้ถือว่าผิดกฎหมาย แล้วหากสะสมในระยะยาวจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพเด็กด้วย

ไร้เสี้ยนและมุมเหลี่ยมแหลม 

ไม้เรียบ เนียนละเอียด และไร้เสี้ยนหนาม ไม่มีแน่ที่จะมาทิ่มตำนิ้วบางๆ ของลูก ส่วนมุมแหลมคมที่มักจะพบในของเล่นทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วของเล่นไม้จะมีมุมที่โค้งมน ไม่แหลมเกินไป เรียกว่าปลอดภัยทุกครั้งที่จับมาเล่น

ของเล่นไม้ รักษ์โลก  

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าของเล่นไม้ ส่วนผสมหลักๆ เป็นไม้ที่มาจากวัสดุ กระบวนการผลิตนั้นจะไม่ได้เพิ่มสารเคมีหรือสารพิษที่จะก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกเพิ่มขึ้น เรียกว่าเป็นทางช่วยลดภาวะโลกร้อนลงได้ ซึ่งหากโรงงานผู้ผลิตใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่เฉพาะกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่ทั้งกล่อง กระดาษ หรือสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตของเล่น ก็สามารถช่วยโลกเราได้ หรือการใช้น้ำหมึกจากน้ำมันถั่วเหลือง ถั่วสีต่างๆ และสี Water Based ซึ่งหากพิมพ์ด้วยหมึกชนิดนี้ เมื่อนำมารีไซเคิลกระดาษนั้นจะใช้ได้ดีกว่ากระดาษที่พิมพ์จากหมึกสารเคมีทั่วไป  นอกจากนี้ของเล่นไม้เมื่อต้องการกำจัดก็ใช้เวลาในการย่อยสลายเร็วกว่าวัสดุชิ้นอื่นหลายเท่าตัว เรียกว่าหากจะเป็นขยะก็จะใช้เวลาอยู่บนโลกกลมๆ ของเราไม่นานอีกด้วย  




+
ของเล่นไม้ เล่นเพื่อการศึกษา  


หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตในโรงเรียนอนุบาลส่วนใหญ่จะเห็นว่าของเล่นไม้เป็นพระเอกของทั้งหมด โดยเฉพาะการเรียนการสอนตามแนววอลดอร์ฟที่ ครูอุ้ย (อภิสิรี จรัลชวนะเพท ครูใหญ่อนุบาลบ้านรัก) บอกว่า จะระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ใช้ของเล่นที่มาจากพลาสติก และเน้นของเล่นตามธรรมชาติ เช่น ท่อนไม้ กิ่งไม้ ตุ๊กตาผ้าไหม ผ้าคอตต็อน เป็นของเล่นให้เด็ก ซึ่งของเล่นที่มาจากธรรมชาติเหล่านี้ดีกับพัฒนาการของสมองเด็ก เพราะการเล่นของเล่นที่ไม่มีฟังก์ชั่นมากนัก เช่น ท่อนไม้ ไม้กระดาน ผ้าไหม เด็กจะได้ใช้สมองในการคิดและจินตนาการเป็นโทรศัพท์ เป็นโน้ตบุค

ของเล่นไม้ ไม่ใช่เล่นๆ  

จากที่เคยคิดว่าของเล่นไม้ เป็นได้เพียงบล็อกไม้ ตุ๊กตารูปคน รูปสัตว์เท่านั้น มาวันนี้ต้องเปลี่ยนมุมมองของเล่นไม้ใหม่แล้วค่ะ เพราะวิวัฒนาการของเล่นไม้สามารถเป็นได้หลากหลาย ที่เห็นในยุคแรกอาจจะเริ่มต้นที่ภูมิปัญญาชาวบ้าน ถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย เช่น ของเล่นที่บ้านป่าแดด จังหวัดเชียงราย เริ่มต้นจากผู้เฒ่าผู้แก่ทำของเล่นให้หลานด้วยกลไกง่าย ไม่สลับซับซ้อน ซึ่งของเล่นแต่ละชิ้นมีหลายวิธีการเล่น เช่น สัตว์ล้อ กังหัน กำหมุน เต่าวิ่ง บาร์สูง คนเลื่อยไม้ เรียกว่าใมช้สมองในการคิดกว่า 90% ส่วนของเล่นจะทำหน้าที่เพียง 10% แต่ตรงกันข้ามหากให้เด็กเล่นของเล่นหลากฟังก์ชั่น ของเเล่นจะแย่งพื้นที่คิดและจินตนาการไปทั้งหมดนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ของใช้ในห้องเรียนยังเลือกใช้เฉพาะวัสดุที่มาจากธรรมชาติ เช่น ใช้แก้วเซรามิกส์แทน เพราะเมื่อใส่น้ำร้อนหรือน้ำเย็นเด็กจะสามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ส่งผ่านแก้ว เป็นการเรียนรู้เรื่องอุณหภูมิร้อนเย็น แล้วความเข้าใจจพื้นฐานเรื่องสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวจะช่วยเป็นพื้นฐานให้เด็กสามารถเข้าใจสิ่งต่างที่อยู่รอบตัวได้  ลองเขยิบเข้าเมืองกันอีกนิด เราจะเห็นของเล่นไม้ที่หลากหลายกลไกมากมายเทคนิคเข้าไปอีก ซึ่งจะว่าไปแล้วของเล่นเหล่านี้ก็ได้พื้นฐานมาจากของเล่นที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง แต่ก็มีการปรับปรุงและเพิ่มฟังก์ชั่นการเล่นให้มากขึ้น เช่น รถยกไม้...มีล้อที่เด็กจะสามารถลากจูงได้จริง ขณะเดียวกันล้อหลังก็มีที่ให้เด็กจับเพื่อสามารถบังคับเลี้ยวซ้ายขวาได้ ซึ่งด้วยระบบเครื่องยนต์ของรถยกของจริงนั้น ก็เป็นการบังคับจากด้านหลัง ซึ่งเรียกว่าเด็กได้เรียนรู้จากของจริงไปด้วย  ชุดผลไม้จำลอง...เขียง มีด แครอท มะเขือเทศ ได้ทดลองเข้าครัวหั่นผักเป็นชิ้น แล้วสามารถประกอบกันได้ใหม่ เป็นทักษะสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตนั่นเองค่ะ  บล็อกรูปทรง...ใส่รูปทรงให้ตรงกับบล็อกที่ให้ไว้ เป็นการเรียนรู้เรื่องรูปทรง ที่จะต่อยอดไปวิชาคณิตศาสตร์ได้  ม้าโยก...นั่งได้เหมือนม้าจริง ระหว่างที่โยกหน้าหลัง นอกจากความสนุกสนานและตื่นเต้นแล้ว ยังช่วยฝึกเรื่องการทรงตัวและกระตุ้นให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงด้วย

ซื้อให้เหมาะตามวัย
 ซื้อของเล่นให้เหมาะสมตามพัฒนาการของลูกน้อย เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากของเล่นให้คุ้มค่าที่สุด เช่น สำหรับเด็กเล็กต้องไม่เลือกของเล่นชิ้นที่เล็กจนเกินไป เพราะจะยิ่งเชิญชวนให้ลูกหยิบเข้าปากได้ง่าย แล้วการซื้อของเล่นที่โตเกินวัย เด็กอาจจะยังไม่ทราบวิธีการเล่นหรือวัตถุประสงค์ที่ของเล่นจะบอกและของเล่นบางชิ้นสำหรับเด็กโตก็อาจจะมีอันตรายกับเด็กเล็กได้ค่ะ

ปลอดภัยจากสารพิษ 
ของเล่นไม้จะเป็นผิวเรียบหรือขรุขระได้ทั้งนั้น แต่ต้องระวังอย่าให้มีเสี้ยน ส่วนสีที่ใช้กับของเล่นไม้ควรเป็นสีประเภท Non-Toxic ปลอดภัยจากสารตะกั่ว ปรอท โลหะหนัก และสารฟอร์มัลดีไฮต์ (สารเคมีที่พบในกาว)  


วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ชื่อหัวข้องานระเบียบวิจัยทางศิลปกรรม

Arti3901 ระเบียบวิจัย
กระบวนการการออกแบบผลิตภัณฑ์ของเล่นเด็กเพื่่่อการเรียนรู้เเละพัฒนาสมอง




           สำหรับเด็กอายุ 5-9 ปี   ออกแบบให้กับเด็กในโรงเรียนอนุบาลจันทรเกษม
  มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม


เด็กปฐมวัยจัดอยู่ในระยะวัยทองของชีวิต โดยเฉพาะ 3 ปีแรก เป็นจังหวะทองของการสร้างเสริมพัฒนาการเด็ก เป็นการวางรากฐานของการพัฒนาความเจริญเติบโตทุกด้าน โดยเฉพาะทางด้านสมอง เพราะสมองเติบโตและพัฒนาเร็วที่สุด ดังนั้นการอบรมเลี้ยงดูในช่วงระยะนี้มีผลต่อคุณภาพของคนตลอดชีวิต


กระบวนการออกแบบทางความคิด

         ผมออกแบบของเล่นเด็กนี้ด้วยความคิดที่ต้องการพัฒนาเด็ก ในเวลานี้ การพัฒนาเด็กควรเริ่มตั้งเเต่ในครรถ์ เพื่อพัฒนาให้เด็กมีความคิดและปรับตัวให้ทันกับสังคม เพื่อความเจริญเติบโตไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ งานออกแบบเเบบของเล่นเด็กชิ้นนี้ได้มาจากความคิดที่ตอนสมัยเด็กจะมีเกมที่เป็นเกมกระดาษ คล้ายกับเกมเศรษฐี วิธีเล่น คือทอยลูกเตาเเล้วเดินตามช่อง ให้เท่ากับเเต้มที่ทอยได้
โดยผมได้มีการพัฒนาให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยการเอาเรื่องราวของสังคม มาใส่ในเกม ทำให้เด็กรู้เรื่องต่างๆของสังคมว่าสังคมมันมีกฎยังไง โดยจะออกเเบบจากเกมกระดาษ ให้ เป็นในรูปแบบที่มีมิติเห็นได้รอบด้าน ให้เด็กเกิดความสนใจเเละมีสมาธิ ในการเล่น เเละสามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ พัฒนาให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์  ของเกมที่ไม่ยากเกินไปโดยใส่ความรู้เข้าไปทำให้เด็กเกิดคาวมสนุกสนานเเละเรียนรู้ไปในตัว



รศ. ดร.จิตตินันท์ เดชะคุปต์ สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อธิบายว่า ช่วงชีวิตของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปฐมวัย นับตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ถือได้ว่าเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตและพัฒนาการทุกๆ ด้านของมนุษย์ ทั้งนี้ การเล่นและของเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย นับเป็นหัวใจสำคัญของการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และพัฒนาการที่สอด คล้องกับธรรมชาติ และความต้องการของเด็กวัยนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ควรมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับความสำคัญของการเล่นและของเล่นที่เหมาะสม
รศ.ดร.จิตตินันท์ บอกว่า เด็กปฐมวัยจะมีความสุขสนุกสนานกับการเล่นในชีวิตประจำวันตามความสนใจ
และ ความพอใจของตนเอง ขณะที่เล่นนั้นเด็กได้ใช้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการสำรวจคุณสมบัติของสิ่งที่เล่น ไม่ว่าจะเป็นคนที่เล่นด้วยหรือวัตถุสิ่งของหรือของเล่น พร้อม ๆ ไปกับการรับรู้สิ่งที่เล่นผ่านอวัยวะรับสัมผัสต่าง ๆ เข้าสู่กระบวนการทำงานของสมองในการจดจำเป็นข้อมูลความคิดความเข้าใจต่อสิ่ง นั้น
“เด็กจะค่อยๆซึมซับและเรียนรู้สิ่งต่างๆผ่าน ปฏิสัมพันธ์กับคนเล่นหรือของเล่น โดยเฉพาะเมื่อเด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองและมีผู้คอยชี้แนะให้ข้อมูลหรือสอน ให้รู้จักคำบอกของชื่อเรียกสิ่งต่างๆรอบตัว หรือความหมายของสิ่งเหล่านั้นทีละเล็กละน้อย จากเรื่องที่ง่ายๆไปสู่เรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น ตามความสามารถของวัย”
การ เลือกของเล่นที่ดีเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ตามศักยภาพของเด็ก จึงนับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่ควรคำนึงถึง เนื่องจากของเล่นเป็นสื่อกลางช่วยเปิดโลกภายในของเด็กออกสู่ภายนอก ทำให้เด็กได้ค้นพบความสามารถหรือความถนัดของตนเองด้วยตนเอง และเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กใฝ่เรียนใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้น ทว่าการเล่นของเล่นจะปราศจากความหมาย หากเด็กไม่ได้รับความสนใจเอาใจใส่จากพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูใกล้ชิดในการดูแล เรื่องความปลอดภัย ตลอดจนการชี้แนะหรือเล่นร่วมกับเด็กเมื่อเด็กต้องการ
รศ. ดร.จิตตินันท์ ได้อธิบายถึงพฤติกรรมการเล่นของเด็ก ว่า เด็กวัย 0-1 ปี เด็กวัยนี้ในช่วงแรกเกิด – 3 เดือน จะยังไม่สนใจกับการเล่นมากนัก แต่เด็กจะเริ่มพัฒนาประสาทสัมผัสการมองเห็นและการได้ยิน การแขวนของเล่นที่สดใสที่แกว่งไกวแล้วมีเสียงกรุ๋งกริ๋งช่วยให้เด็กกรอกสาย ตา ส่วนเด็กวัย 1-2 ปี เด็กวัยนี้เริ่มเดินได้เองบ้างแม้จะไม่มั่นคงนักแต่ก็ชอบเกาะเครื่องเรือน เดินจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ของเล่นควรเป็นประเภทที่ลากจูงไปมา


ได้ ประเภทรถไฟหรือรถลากสำหรับเด็กวัย 2-4 ปี เด็กวัยนี้อยากรู้อยากเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง เด็กเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น และทรงตัวได้ดีเพราะกล้ามเนื้อแขนขาแข็งแรงขึ้นมาก ทำให้ชอบเล่นที่ออกแรงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิ่งเล่น กระโดด ปีนป่าย ม้วนกลิ้งตัว เตะขว้างลูกบอล และขี่จักรยานสามล้อ ส่วนเด็กวัย 4-6 ปี เด็กวัยนี้มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ มากขึ้น ชอบเล่นกลางแจ้งกับเครื่องเล่นสนามและเครื่องเล่นที่มีลูกล้อขับขี่ได้ เด็กพอใจที่จะเล่นกับ


เพื่อนเป็นกลุ่มมากขึ้น นอกจากนี้ กิจกรรมการเล่นที่เหมาะสม ในเด็กวัย 0 – 1 ปี ควรจัดให้เป็นการเล่นหยอกล้อเด็กด้วยคำคล้องจองมีการแสดงสีหน้าท่าทางและใช้ เสียงสูง ๆ ต่ำ ให้เด็กสนใจ เช่น การเล่นปูไต่ การเล่นจ๊ะเอ๋ การเล่นจับปูดำ การเล่นซ่อนหาของ เป็นต้น ส่วนเด็กวัย 1-2 ปี ควรจัดให้เป็นการเล่นสำรวจที่ใช้ประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การให้เด็กบริหารแขนขา การเล่นดิน-ทราย-น้ำ การหยิบของตามคำบอก เป็นต้น
สำหรับเด็กวัย 2-4 ปี ควรจัดให้เด็กใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็นการแสดง
บทบาท สมมติหรือผลงานทางศิลปะ เช่น การเล่นเป็นพ่อแม่ การเล่นขายของ การเล่นสร้างงานศิลปะ เป็นต้น และเด็ก4-6 ปี ควรจัดให้เป็นการเล่นที่เด็กสามารถสะท้อนความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่ เด็กเรียนรู้ เช่น การวาดภาพและเล่าเรื่องราว การแสดงบทบาทสมมติ การเล่นที่ใช้ทักษะการสังเกตเปรียบเทียบ


รศ.ดร.จิตตินันท์ แนะนำหลักการเลือกของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัยอย่างง่ายๆ4ข้อคือ 1. ต้องดูที่ความ
ปลอดภัยในการเล่นของเล่นอาจทำด้วยไม้ ผ้า พลาสติก หรือโลหะที่ไม่มีอันตรายเกี่ยวกับ
ผิว สัมผัสที่แหลมคมหรือมีชิ้นส่วนที่หลุดหรือแตกหักง่าย ตลอดจนทำด้วยวัสดุที่ไม่มีพิษมีภัยต่อเด็ก 2.ประโยชน์ในการเล่น ของเล่นที่ดีควรช่วยเร้าความสนใจของเด็กให้อยากรู้อยากเห็น มีสีสันสวยงามสะดุดตาเด็ก มีการออกแบบที่ส่งเสริมให้เด็กใช้ความคิดและจินตนาการ ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว
3.ประสิทธิภาพในการใช้เล่น ควรมีความยากง่ายเหมาะกับระดับอายุและความสามารถตามพัฒนาการของเด็ก ของเล่นที่ยากเกินไปจะบั่นทอนความสนใจในการเล่นของเด็กและทำให้เด็กรู้สึก ท้อถอยได้ง่าย ส่วนของเล่นที่ง่ายเกินไปก็ทำให้เด็กเบื่อไม่อยากเล่นได้ และ4.ความประหยัดทรัพยากร ของเล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือผลิตด้วย เทคโนโลยีที่ทันสมัยยกตัวอย่างของเล่นที่ฝึกทักษะการเคลื่อนไหวและการพัฒนา กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เช่น เครื่องเล่นสนามประเภท เสาชิงช้า ราวโหน ไม้ลื่น ไม้กระดาน อุโมง บ่อทราย เครื่องเล่นที่มีล้อเลื่อนได้ เป็นต้น ของเล่นที่ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ เช่น ของเล่นประเภทบีบ ตี เขย่า สั่น หมุน บิด ดึง โยน ผลัก เลื่อน เป็นต้น ของเล่นที่ฝึกทักษะการใช้สายตาและมือให้สัมพันธ์กัน เช่น ของเล่นประเภทตอก กด ตี ปัก เย็บ ผูก กระดานปักหมุด ผูกเชือก ผูกโบว์ กรอกน้ำใส่ขวด เป็นต้น ของเล่นที่พัฒนาทักษะทางภาษา เช่น ภาพสัตว์ ผลไม้ ตัวพยัญชนะ เทปเพลง เป็นต้น ของเล่นที่ฝึกการสังเกต เช่น โดมิโน กระดานต่อภาพ กล่องหยอดบล็อกต่าง ๆ เป็นต้น ของเล่นที่ฝึกทักษะการแก้ปัญหาและใช้สมาธิ เช่น ภาพตัดต่อ ของเล่นชิ้นส่วนที่ประกอบเป็นสิ่งต่าง ๆ เกมค้นหาชิ้นส่วนที่หายไป เป็นต้นจะเห็นได้ว่าการเล่นและของเล่นสำหรับเด็กในช่วงปฐมวัยมีความหมายและความสำคัญต่อชีวิตเด็กอย่างมาก โดยเฉพาะประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากการเล่น ถือเป็นรากฐาน (foundation) ที่สะสมเป็นพื้นฐาน การเรียนรู้ที่ซับซ้อนมากขึ้นในช่วงวัยต่อๆมา เด็กที่ขาดโอกาสในการเล่น หรือไม่เคยมีประสบการณ์ในการเล่น ย่อมมีโอกาสที่จะประสบปัญหาในการเรียนรู้และมีพัฒนาการล่าช้าได้

กระบวนการออกแบบ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แนะนำตัว

Project1


วิชา Arti 3410

โดย นาย ณัฐพล  จุลเดชนันทชัย


รหัสนักศึกษา    5211300511


สาขาวิชาศิลปกรรม(ออกแบบประยุกต์ศิลป)ภาควิชามนุษย์ศาสตร์


คณะมนุษย์ศาสตร์เเละสังคมศาสตร์


อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ จารุณี เนตรบุตร


ภาคเรียนที่ 2 ปี2553

Project1 1-2-3-4-5

ความเป็นมางานออกแบบเครื่องประดับ  (Jewelry design.)
                                   Life style ในปัจจุบันทั่วไปในการจะเลือกซื้อ เครื่องประดับนั้น ไม่ใช่ แค่ซื้อแล้วสวมใส่เท่านั้น แต่มันบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยหรือ Style ของผู้ที่สวมใส่ด้วยและ เป็นคุณค่าทางจิตใจช่วยทำให้บุคลิกภาพ ดูดี เป็นวัตถุทางศิลปะ ที่ดูมีคุณค่าและเครื่องประดับก็มีหลากหลายประเภท ให้เลือกใส่ เช่น แหวน ต่างหู สร้อย สร้อยข้อมือฯ เป็นต้น
(Inspiration)แรงบันดาลใจงานออกแบบที่นำเสนอนี้  เป็นต่างหู และสร้อย  แหวน ซึ่งเป็นการนำ ศิลปะ Style Baroque มาตัดทอนและนำเสนอในรูปแบบของงาน (Art Objects) ในเครื่องประดับทำให้ ผู้สวมใสนั้นดู ดี และมีความคลาสสิก เพิ่มบุคลิกภาพ ให้คนมองได้อารมณ์ถึงความมีคลาส
 มีระดับเป้าหมายที่สำคัญในการออกแบบนี้ คือต้องการทำให้เครื่องประดับนี้สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส ถูกตามโอกาสในงานต่างๆ และมีความทันสมัย ต่อยุคสมัย
(Target Market)  กลุ่มเป้าหมายในการออกแบบ เป็นวัยรุ่น ประมาณ18-25 เป็นวัยรุ่นตอนกลาง  กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มนี้ จะมีความต้องการในเรื่องใหม่ๆ จะชอบสีสดใส ชอบความตื่นเต้น และชอบเรื่องท้าทาย เป็นวัยต่อต้านเพราะฉะนั้นการออกแบบนี้ จึงทำให้เครื่องประดับนี้มีสี ที่ค่อนข้างสดเพื่อกระตุ้น ให้กลุ่มเป้าหมายนั้นๆ แต่การออกแบบนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับวัยรุ่นในยุคนี้ คือต้องมี(Brand) คือต้องมียี่ห่อหรือชื่อสินค้า
Branding
                              สินค้านี้ มี    Brand Logo มีชื่อว่า Line Art Design มีความหมาย ตรงตัว คือ การนำเส้นมาสร้างสร้างสรรค์คือ เวลา งานที่ใช้เส้นในการออกแบบ ลูกค้าจะต้องรู้เลยว่า ต้อง Brand นี้ เท่านั้น การที่จำทำให้คนจดจำได้ง่ายนั้นตามหลักมนุษย์แล้วอะไรที่มันยาว จะไม่ค่อยจดจำได้สักเท่าไร เราจึงทำสัญลักษณ์ (Symbol) ง่ายๆคือ เรา นำตัว Lคือคำย่อที่มาจาก คำว่า Line ที่แปลว่าเส้นนั้นเอง พอคนนึกถึง เส้น ก้อต้องที่Band นี้ โดยออกแบบสัญลักษณ์นี้ เป็นตัว L ที่มีการออกแบบเป็นลักษณะที่เป็นเส้น มีStyle ที่ดูหรูหรา และติดตา เรียกง่ายๆแทนค่าให้คนจดจำ

รูปตราสัญลักษณ์  Brand Logoนี้ มีชื่อว่า Line Art Design
Products
Jewelry Set For Ladies Package

ข้างในPackage

(Necklace) สร้อยคอ (earring) ต่างหู
   
                                       (Product) ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Jewelry Set For Ladies   ประกอบด้วย (Necklace) สร้อยคอ (earring) ต่างหู โดยออกแบบให้กับสุภาพสตรีในช่วยวัยรุ่นตอนกลาง (18-25) ซึ่งคนในช่วงวัยนี้ จะชอบความท้าทายชอบแสดงออก ชอบความแปลกใหม่เราจึงออกแบบให้มีความท้าทาย โดย (Necklace) สร้อยคอได้มีการ นำรูปไม้กางเขนที่เป็นสัญลักษณ์ชาวคริสต์ศาสนา นำมาใส่ลายเส้นและมีสีสันที่สดเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น (earring) ต่างหู ได้มีการออกแบบโดย เป็นการนำลวดลาย Style Baroque มาตัดทอนลงในเครื่องประดับ ซึ่งจะออกแบบให้เข้ากับสร้อยคอโดยใช้สีม่วงที่สด เพื่อให้ความตื่นเต้น และเด่น สามารถใส่ไปเที่ยวในโอกาสต่างๆตามความเหมาะสม ส่วน package นั้นเราออกแบบให้มีความหรูหราโดยใช้สีทอง แล้วข้างในประดับด้วยผ้าที่มีความเงาวาวสีขาว เพื่อเพิ่มความหรูหรา
Products
Jewelry  For men Package

ข้างใน Package

แหวน(Ring)
 (product) ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Jewelry For men เป็นเครื่องประดับที่สวมใส่นิ้ว (แหวน)
สำหรับวัยรุ่นช่วงกลาง 18-25ปี โดยผู้ชายวัยนี้ จะชอบความเรียบง่าย แต่ก็ชอบความตื่นเต้น  โดยเราออกแบบเรียบง่าย ใช้สีที่ไม่ฉูดฉาดนัก โดยใช่ความเงาวาวของเครื่องเงิน และมีการตกแต่งด้วยสีดำมีลายไฟเป็นเส้นกราฟฟิกเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น ส่วน Package นั้นออกแบบเป็นสีโทนขาว-ดำ


Design of Concept
ขั้นตอนการออกแบบที่ออกมามี2ชิ้นชิ้นแรกได้แก่
1. Jewelry Set For Ladies Package
        เป็นการออกแบบเครื่องประดับสำหรับสุภาพสตรีทำมาเป็น Set  มี2ชิ้นด้วยกัน  ได้แก่ ต่างหู  และ สร้อยคอ ลำดับแรกเราหาข้อมูลลูกค้าในช่วงอายุ 18-25 ปีว่าเขาบริโภคสินค้ายังไง  แล้วมาทำการออกแบบโดยวัยรุ่นช่วงอายุ18-25 มีความต้องการและชอบการแต่งตัว ชอบสีสัน เพื่อสร้างความพึงพอใจ จึงออกแบบเครื่องประดับนี้ ให้เหมาะสมกับวัย และสามารถใส่ได้ทุกโอกาศตามกาละเทศะ  และมีการออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์(Package)และ(Brand) เพื่อเพิ่มความสนใจให้กับสินค้าและเพื่อให้จดจำสินค้านั้นอีกด้วย
2. Jewelry  For men Package
     เป็นการออกแบเครื่องประดับสำหรับสุภาพบุรุษ ได้แก่ แหวน  โดยเครื่องประดับนี้เราทำโดยเน้นจุดขายผู้บริโภคผู้ชายวัยรุ่นอายุประมาณ18-25ปีโดยวัยนี้ จะชอบความท้าทายแต่ต้องมีเป็นความเอกลัษณ์เราเลยเน้นการออกแบบให้ดูเรียบง่ายแต่มีความตื่นเต้นและไม่ใช้สีสันมากมายนักเพราะส่วนใหญ่ผู้ชายจะไม่ค่อยใส่สีที่ฉูดฉาดนัก  และสามารถใส่ได้ทุกโอกาศ และอาจมีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย  และมีการออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์(Package)และ(Brand) เพื่อเพิ่มความสนใจให้กับสินค้าและเพื่อให้จดจำสินค้านั้นอีกด้วย

Idea Sketch

               กำไร Style Baroque เน้นออกแบบโดยใช้ความหรุหราของสีทองทำเป็นเส้นๆมีลูกปัดร้อย2เส้นโดยมีเส้นสีทองเป็นตัวเชื่อมสามารถใส่ได้ทุก Size เพราะสามารถยืดได้

 
                สร้อยคอ เน้นออกแบบให้มีสีสดมีความสะดุดตาและคุ้นตาเพราะเป็นสัญลักษณ์ของชาวคริสต์  และมีคุณค่าทางจิตใจ


                     ต่างหู เน้นออกแบบให้มีสีสด โดยมีลวดลาย Style Baroque รอบนอก  มีหินสีม่วงอยู่ตรงกลางทำให้ดูสะดุดตา และดูมี Style  
                    แหวนสำหรับสุภาพบุรุษ เน้นออกแบบเรียบง่าย เป็นเครื่องเงิน โดยใช้สีดำและมีลายไฟ เพื่อทำให้เครื่องประดับดูมีความสวยงาม


                                
Brand name นี้มีชื่อว่า Line Art Design  ออกแบบโดยใช้ งาน Baroque มาออกแบบ เพื่อทำให้Brand นี้ดูหรูหรามากขึ้นโดยออกแบบมาดังภาพข้างต้น

Concept Sketch


ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Jewelry Set For Ladies   ประกอบด้วย (Necklace) สร้อยคอ (earring) ต่างหู
(Necklace) สร้อยคอได้มีการ นำรูปไม้กางเขนที่เป็นสัญลักษณ์ชาวคริสต์ศาสนา นำมาใส่ลายเส้นและมีสีสันที่สดเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น (earring) ต่างหู ได้มีการออกแบบโดย เป็นการนำลวดลาย Style Baroque มาตัดทอนลงในเครื่องประดับ ซึ่งจะออกแบบให้เข้ากับสร้อยคอโดยใช้สีม่วงที่สด เพื่อให้ความตื่นเต้น และเด่น สามารถใส่ไปเที่ยวในโอกาสต่างๆตามความเหมาะสม ส่วน package นั้นเราออกแบบให้มีความหรูหราโดยใช้สีทอง แล้วข้างในประดับด้วยผ้าที่มีความเงาวาวสีขาว เพื่อเพิ่มความหรูหรา  ทั้งหมดเป็นชุด โดยออกแบบให้มีลวดลายให้ดูมีสนุกเละสดใสให้เครื่องประดับกลมกลืนและเข้าชุดโดยใช้สีม่วงเพื่อให้เข้าชุด    และออกแบบบรรจุภัณฑ์( package) เพื่อให้ความสำคัญและความเด่นแกเครื่องประดับอีกด้วย

                        ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Jewelry For men เป็นเครื่องประดับที่สวมใส่นิ้ว (แหวน)ได้มีการออกแบบให้มีความเรียบง่าย แต่ก็ชอบความตื่นเต้น  โดยเราออกแบบเรียบง่าย ใช้สีที่ไม่ฉูดฉาดนัก โดยใช่ความเงาวาวของเครื่องเงิน และมีการตกแต่งด้วยสีดำมีลายไฟเป็นเส้นกราฟฟิกเพื่อเพิ่มความตื่นเต้น ส่วน Package นั้นออกแบบเป็นสีโทนขาว-ดำ เพื่อให้กลมกลืน และให้ความสำคัญกับเครื่องประดับเพิ่มจุดเด่นให้กับเครื่องประดับอีกด้วย

Branding

ความเป็นมาของฺBrand "Adidas"
                           เมื่อพุดถึงอุปกรณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่และถือเป็นแบรนด์ระดับโลก หลายคนย่อมนึกถึง "อาดิดาส" กับแถบ 3 ขีดอันเป็นเอกลักษณ์ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาของโลกสัญชาติเยอรมันและขาใหญ่แห่งอุตสาหกรรมผลิตสินค้ากีฬา ซึ่งได้รับความนิยมและมีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬาตั้งอยู่ทั่วโลกนั้นมีจุดกำเนิดมาจากชายผู้ทำรองเท้าคู่แรกในชีวิตในครัวที่บ้านของตัวเองชายคนนั้นมีนามว่า    อดอล์ฟ "อาดี" ดาสเลอร์
      อาดี ดาสเลอร์ เริ่มต้นทำรองเท้าด้วยฝีมือตัวเองทั้งหมดเป็นคู่แรกในชีวิตเมื่อปี 1920 ขณะอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น ด้วยเป้าหมายที่เจ้าตัวตั้งเอาไว้ว่าจะทำให้นักกีฬาทุกคนได้สวมใส่รองเท้าที่ดีที่สุดลงสนามแข่งขัน ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ติดตัวเขามาตลอดจนกระทั่งเจ้าตัวเสียชีวิตในปี 1978 เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬากว่า 700 รายการ รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดยักษ์ใหญ่ของ อาดิดาส ที่มีอยู่ทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของ ดาสเลอร์ ได้เป็นอย่างดีรองเท้าคู่แรกของ ดาสเลอร์ ทำจากวัสดุที่มีอยู่อย่างขัดสนในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากนั้นเขาริเริ่มที่จะทำธุรกิจผลิตรองเท้าเป็นจริงเป็นจัง โดยได้รับการสนับสนุนจาก คริสโตฟ บิดาบังเกิดเกล้าซึ่งทำงานในโรงงานทำรองเท้า รวมถึง เซห์ลีน น้องชายของเขาที่เป็นคนคิดค้นแถบ 3 ขีดอันเป็นสัญลักษณ์ของ อาดิดาส ก่อนที่ รูดอล์ฟ พี่ชาย จะเข้ามาร่วมหุ้นในเวลาต่อมา โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่เขานำมาใช้ทำรองเท้าเป็นผ้าใบ และด้วยความที่ตัวเขาเองก็เป็นนักกีฬาอยู่แล้ว ส่งผลให้ ดาสเลอร์ มักจจะเข้าใจถึงความต้องการของนักกีฬาได้เป็นอย่างดี และหลังจากนั้นเขาก็มักจะไปปรากฏตัวอยู่ในการแข่งขันกีฬารายการสำคัญๆ อยู่เป็นประจำรองเท้าส่วนใหญ่ของ อาดี ดาสเลอร์ เน้นไปที่รองเท้าสำหรับนักกรีฑาทั้งประเภทลู่และลานเป็นหลัก โดยครั้งแรกที่รองเท้ารุ่นพิเศษจากโรงงานของเขาถูกสวมใส่โดยนักกีฬาในทัวร์นาเมนต์สำคัญคือในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 1928 ที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ โดยช่วงดังกล่าวเป็นยุคแรกๆที่ ดาสเลอร์ ทดลองผลิตรองเท้าที่มีปุ่มเพื่อช่วยในการยึดเกาะพื้นสนาม พอถึงยุคทศวรรษที่ 1930 ดาสเลอร์ ผลิตรองเท้ากีฬาออกมากว่า 30 แบบสำหรับ 11 ชนิดกีฬา ช่วงนั้นเขามีคนงานอยู่เกือบๆ 100 คน  อาดิดาส ก็กลายเป็นอุตสาหกรรมผลิตรองเท้ากีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากเริ่มก่อตั้งมาได้ไม่ถึง 2 ทศวรรษเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก เจสซี โอเว่น นักกรีฑาชาวอเมริกัน คว้า 4 เหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 1936 ที่กรุงเบอร์ลิน โดยสวมใส่รองเท้าของเขา ขณะที่ อาร์มิน ฮารี่ นักกรีฑาคนแรกของโลกที่วิ่ง 100 เมตรด้วยเวลาต่ำกว่า 10 วินาที ก็สวมใส่รองเท้าของอาดิดาสเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ดาสเลอร์ ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่หลังถูกพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่นงานจนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ในปี 1947 พร้อมด้วยคนงาน 47 คน เขาเริ่มทดลองนำเอาความรู้ที่เขามีในช่วงก่อนสงครามโลกมาผลิตรองเท้าด้วยไอเดียใหม่ ๆ รองเท้าคู่แรกที่ ดาสเลอร์ ทำขึ้นหลังสิ้นสุดสงครามโลกนั้น ทำจากผ้าใบและยางที่เป็นส่วนหนึ่งของถังน้ำมันเชื้อเพลิงของพวกอเมริกัน


อาดี ดาสเลอร์ ในชุดของเดเอฟเบ (สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน)

ช่างทำรองเท้าผู้สร้างตำนานไปทั่วโลกด้วยแนวความคิดของตัวเอง
ในปี 1948 หลังจาก รูดอล์ฟ มีปัญหาขัดแย้งกับน้องชายของตัวเอง และแยกตัวออกไปตั้งบริษัทของตัวเองนามว่า "พูม่า" อาดี ก็ตัดสินใจตั้งชื่อบริษัทของเขาว่า "อาดิดาส" ซึ่งเกิดจากการนำเอาชื่อเล่นมารวมกับนามสกุลของเขานั่นเอง 1 ปีหลังจากนั้น เขาก็ทำการจดลิขสิทธิตราสัญลักษณ์ 3 ขีด ซึ่งอยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้น เขาเริ่มผลิตรองเท้าฟุตบอลเป็นครั้งแรกในปี 1949 โดยรองเท้าของเขามีปุ่มที่ทำจากยางในฟุตบอลโลก 1954 ที่ฟาดแข้งกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชื่อเสียงของ อาดี ดาสเลอร์ ก็เริ่มกลายเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อนักเตะทีมชาติเยอรมันตะวันตก ซึ่งนำทัพโดย ฟริตซ์ วอลเตอร์ และ เฮลมุท ราห์น พลิกล็อกเอาชนะ ฮังการี มหาอำนาจลูกหนังในยุคนั้นได้สำเร็จในรอบชิงชนะเลิศ โดยที่ขุนพล "อินทรีเหล็ก" ใส่รองเท้าที่มีปุ่มแบบพิเศษที่ผลิตโดย อาดิดาส ซึ่งจะช่วยในการยึดเกาะได้ดีในสภาพพื้นสนามที่เปียกชื้นหลังฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงก่อนเกมการแข่งขันในขณะที่บริษัทของเขาเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนั้น อาดี ดาสเลอร์ ก็พยายามที่จะสร้างความพิเศษให้กับสินค้าของเขา ดาสเลอร์เป็นเจ้าของกิจการคนแรกที่ใช้กีฬาในการโปรโมตนวัตกรรมใหม่ๆของเขาต่อสาธารณชน เขาเริ่มใช้นักกีฬาที่มีชื่อเสียงมาช่วยในการโฆษณาสินค้าของตัวเอง เจสซี่ โอเว่น, มูฮัมหมัด อาลี, แม็กซ์ ชเมลิ่ง, เซ็ปป์ แฮร์เบอร์เกอร์ ไปจนถึง ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ ล้วนมีความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมกับตระกูล ดาสเลอร์ ด้วยกันทั้งสิ้นทุกวันนี้อาดิดาสก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติเยอรมันเหมือนเมื่อ 56 ปีก่อนการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนักหน่วง กลายเป็นหนึ่งในนโยบายหลักในการดำเนินกิจการของ อาดิดาส นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดาสเลอร์ มักจะมีอุปกรณ์กีฬารุ่นใหม่ๆออกมาเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของรองเท้าที่พวกเขามักจะก้าวล้ำนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ อาดิดาส ผลิตรองเท้าสำหรับกีฬาเกือบทุกประเภท และจากนั้นเป็นตันมา อาดี และ ฮอร์สต์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา ก็ช่วยกันสร้าง อาดิดาส ให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่กีฬารายการใหญ่ๆต้องใช้อุปกรณ์กีฬาของพวกเขา และมันก็ยังคงเป็นแบบนั้นมาจนถึงทุกวันนี้นอกจากรองเท้ากีฬาที่เป็นสินค้าหลักแล้ว อาดิดาส ยังเริ่มผลิตเสื้อผ้าและชุดแข่งขันในช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 1960 ส่วนลูกบอลนั้น พวกเขาเริ่มผลืตในปี 1963 หลังจากนั้น ลูกฟุตบอล อาดิดาส ก็ถูกเลือกให้เป็นลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการที่ใช้ในการแข่งขันศึกลูกหนังรายการใหญ่ๆมาตลอดนับตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 1970 เป็นต้นมาอาดี ดาสเลอร์ เสียชีวิตในปี 1978 ด้วยวัย 78 ปี อย่างไรก็ตาม มรดกไอเดียความคิด และการพัฒนาอุปกรณ์กีฬาต่างๆนาๆที่เขาทิ้งเอาไว้ ยังคงเป็นตัวช่วยให้บรรดานักกีฬาสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปเรื่อยๆ มาจนถึงทุกวันนี้


Branding
Branding นี้มีชื่อ Adidas เมื่อพุดถึงอุปกรณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่และถือเป็นแบรนด์ระดับโลก หลายคนย่อมนึกถึง "อาดิดาส" กับแถบ 3 ขีดอันเป็นเอกลักษณ์ของยักษ์ใหญ่แห่งวงการผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาของโลกสัญชาติเยอรมันและขาใหญ่แห่งอุตสาหกรรมผลิตสินค้ากีฬา ซึ่งได้รับความนิยมและมีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬาตั้งอยู่ทั่วโลก

รูปตราสัญลักษณ์ Brand Logo  นี้มีชื่อว่า  Adidas  ซึ่งมีหลายแบบด้วยกันตามเวลา
     

Product

Product นี้เป็นรองเท้าสำหรับวิ่ง มีชื่อรุ่นว่าAdidas JS Wing
หรือเรียกว่าสั้นว่า  Adidas  js  wing ออกแบบมาเพื่อสำหรับวิ่ง เป็นสีขาวทั้งตัว ทำให้รู้สึกสะอาดดูแล้วรู้สึกว่าเมื่อสวมใสแล้วสบาย โดย มีลูกเล่น ทำเป็นปีก ทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่ารู้สึกใส่แล้ว เบา เหมือนติดปีก รองเท้า นี้เป็นรองเท้าหุ้มข้อเพื่อกันข้อเท้าพลิกอีกด้วย


Product นี้เป็นรองเท้าสำหรับเดิน มีชื่อรุ่นว่าAdidas superstar
ผลิตภัณฑ์นี้ ออกมาสำหรับเดินแล้วสามมารถทำกิจกรรมต่างๆ เป็นรองเท้าที่มี สีขาวและดำ ทำให้รู้สึกถึงความ คลาสสิกและสามารถเข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกสี ตรงปลายรองเท้าจะเป็นหนังแข็งเพื่อป้องกันปลายเท้าและนำเส้นมาช่วยตกแต่งให้ดูมีรูปลักษณ์แสดงความปราดเปรียว และมีแถบ 3ขีด เพื่อบอกว่า นี้เป็นรองเท้าของ Adidas และไม่เหมือนใคร

Design of  Concept
ขั้นตอนที่จะออกแบบมี2ชิ้นด้วยกัน
              เป็นการออกแบบรองเท้ารุ่น "Adidas  js  wing"และรุ่น" Adidas superstar"ลำดับแรกเลยเราหาข้อมูลผู้ปริโภคในช่วงอายุ 18-25 ปี ว่าเขาบริโภคสินค้ายังไง  แล้วมาทำการออกแบบโดยวัยรุ่นช่วงอายุ18-25 มีความต้องการและชอบการแต่งตัว ชอบสีสัน เพื่อสร้างความพึงพอใจ จึงออกแบบรองเท้ารุ่น" Adidas  js  wing "และรุ่น "Adidas superstar" นี้ ให้เหมาะสมกับวัย และสามารถใส่ได้ทุกโอกาศตามกาละเทศะ 


Idea sketch



รุ่น Adidas  js  wing 


=

     
+  
             เป็นการออกแบบรองเท้ารุ่น "Adidas  js  wingให้มี สีสันหลายแบบ ให้แสดงถึงความอิสระ ให้หลุดจากกรอบเดิมๆ โดยของเดิมนั้นเป็นสีขาวล้วน

รุ่น  "Adidas superstar"
                      




                      =                                          





                
                     +    
        
                เป็นการออกแบบรองเท้ารุ่น"Adidas superstar"  ให้มีความแตกต่างจากของเดิมแล้วพัฒนามากขึ้นโดยของเดิมจะมีสีขาว-ดำ ซึ่งเป็นสีคลาสสิค โดยการออกแบบใหม่นี่ได้เพิ่มสีสันขึ้นนิดหน่อย เป็นเส้นขอบเพื่อเพิ่มความเด่นชัดให้รองเท้าเพิ่มขึ้น และมีลูกเล่นเพิ่มโดย ถ้าใส่รองเท้านี่เข้าไปในที่มือหรือตอนกลางคืน มันจะทำให้รองเท้านี้มีความสะดุดตาเพิ่มขึ้น โดยมันจะสะท้อนแสงจะเห็นเป็นสีขาวและสีขอบจะเป็นสีสะท้อนแสงขึ้นมา เพิ่มความสะดุดตาให้แก่ผู้พบเห็น




Concept  Sketch

รุ่น Adidas  js  wing 
              รองเท้านี้ได้ถูกออกแบบไว้สำหรับวิ่งหรือเล่นกีฬาเป็นหนังสีขาวทำไมต้องเป็นสีขาวเพราะมันทำให้มองแล้วรู้สึกสะอาดและนุ่มสบาย โดยของเดิมเป็นสีขาวล้วน แต่เรามาเพิ่มความอิสระให้รองเท้านี้มากขึ้นให้หลุดจากของเดิม โดยเพิ่มสีสันให้รองเท้า ตรงปีก ทำไมต้องตรงปีก เพราะปีกของเดิมเป็นสีขาว ทำให้ใส่แล้วรู้สึกเบาเหมือนติดปีกนก แต่เราได้เพิ่มสีสัน โดยใช้ลายเส้นอิสระมาทับๆกันให้เกิดโทนสีที่แตกต่างจากของเดิมที่ทำให้รู้สึกเบาแต่มีสีสันนี้เข้ามาทำให้เกิดความอิสระขึ้นอีกด้วย เพื่อหลุดจากกรอบเดิมๆของรองเท้าทั่วไป

\


รุ่น  "Adidas superstar"
            รองเท้านี้ได้ออกแบบไว้สำหรับเดิน ของเดิมๆเป็นสีขาว-ดำ แต่เราได้เพิ่มสีสันให้มีความสะดุดตามากขึ้นและสามารถไส่ไปเที่ยวได้ และได้เพิ่มลูกเล่นที่ไม่ธรรมดาเข้าไปคือตกเวลาตอนกลางคืนรองเท้าคู่นี้จะสะท้อนแสงทำให้สะดุดขึ้นไปอีก เหมาะกับคนที่เป็นตัวของตัวเองและมีรูปแบบ  Life Style ของตัวเอง
โดยเราเน้นการออกแบบที่เรียบง่ายเพื่อไม่ให้หลุดฟรอม์จากของเดิม

Positioning  (ที่ตั้ง)
               Adidas เป็น Brand ระดับโลก บรัษัท ที่ก่อตั้ง Brand Adidas  นี่ขึ้นมา  อยู่ที่ประเทศเยอรมันนี และมี แถบ3ขีดเป็นเอกลักษณ์และได้เปลี่ยนสัญลักษณ์นี้ตามยุคสมัยแต่ยังคงเป็นแถบ3ขีดนี้เอาไว้เหมือนเดิม

Area  (สถานที่)
       Adidas เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬา ชั้นนำของโลก ซึ่งได้รับความนิยมและมีโรงงานผลิตอุปกรณ์กีฬาตั้งอยู่ทั่วโลก  Brand Adidas นี่ จุดที่ ตั้งขาย ส่วนมาก จะมีอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือแผนก อุปกรณ์กีฬา

Target Market  (กลุ่มเป้าหมาย)
              Adidas เป็น Brand ที่ผลิตอุปกรณ์กีฬาทุกชนิด จึงออกแบบเพื่อประเภทกีฬา โดยเฉพาะ แต่ก้อเน้นการออกแบบให้มีสีสันและรูปทรงที่ทันสมัยอีกด้วย กลุ่มเป้าหมาย ก็คือออกแบบเพื่อให้ลูกค้าได้ใช้สินค้านี้ในการเล่นกีฬาให้ดีที่สุด สามารถใส่ได้ทุกวัย ทุกประเภท เพราะมีไว้หลายแบบหลายรุ่นเพื่อรองรับประเภทกีฬา นั้นๆ 

Perception (การรับรู้ หรือความเข้าใจ)
             Brand Adidas นี้มีอัตลักษณ์( Identity) ที่เป็นแถบ3 ขีด เป็นเอกลักษณ์  ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยแต่ยังคงแถบ3ขีดเอาไว้ จึงทำให้ผู้บริโภครับรู้ได้เลยว่า นี่ คือ Adidas ผู้ที่ออกแบบBrand ที่ดังทั่วโลกนี้คือ อดอล์ฟ อาดี เซห์ลีน ซึ่งเป็นน้องชายของ อดอล์ฟ อาดี ดาสเลอร์ เจ้าของ Brand Adidas  การรับรู้พอเห็น แถบ3 ขีด จะต้องนึกถึงอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ Adidas การที่เป็นรู้จักของผู้บริโภคนั้น เพราะ Adidas นั้นอยู่มานานตั้งแตสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และได้ทำอุปกรณ์กีฬาเรื่อยมา ออกแบบรุ่นใหม่ๆมาเรื่อยซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคจะไม่เบื่อเลยเพราะมีมาใหม่เรื่อยๆตามจังหวะ และได้มีโฆษณาต่างๆ อย่างเช่น นำนักกีฬาชั้นนำต่างๆมาเป็นพรีเซนเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก เจสซีโอเว่น นักกีฬาชาวอเมริกา คว้า4เหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์1936 ที่กรุงเบอร์ลิน ก็ได้สวมใส่รองเท้าที่Adidas ออกแบบให้ ลูกฟุตบอลโลกที่ใช้แข่งขันก็เป็น ลูกฟุตบอลของ Adidas ซึ่งไม่แปลกใจเลยทำไมจึงทำให้ผู้บริโภค นิยมและไว้ใจกับสินค้านี้

Window  Display
           การออกแบบตกแต่งร้านของ "Adidas"นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือจะไม่เน้นสีที่ฉูดฉาด โดยเน้นสี ที่อยู่ในโทนกลาง เพื่อจะทำให้ตัวผลิตภัณฑ์ที่ตั้งโชว์นั่นโดดเด่นขึ้น โดยได้สอดแทรกเนื่อหาเข้าไปด้วย โดยการใช้นักกีฬาที่เป็นที่รู้จักของโลกมาเป็น ฉากด้านหลังเพื่อแสดงรองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่นักกีฬาคนนั้นก็ใส่ บางทีก็ได้สอดแทรกเรื่องของสังคมเข้ามาอีกด้วย เพื่อให้คนพบเห็นได้รับรู้ว่าตัวผลิตภันฑ์นี้สื่อถึงอะไรและใช้งานยังไงเพื่อให้ผู้พบเห็นเข้าใจได้ง่าย

ภาพตัวอย่างของการตกแต่งร้าน"Adidas"

ใช้นักกีฬามาเป็นฉากหลัง
  
ใช้การสอดแทรกเรื่องสังคม